New Zealand Summer เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่สวยมากสำหรับการเที่ยวเกาะใต้ หรือ New Zealand South Island โดยเฉพาะสำหรับคนไทยที่อยากสัมผัสภูเขา ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และธรรมชาติในบรรยากาศที่ไม่หนาวจัดจนเกินไป
ฤดูร้อนของนิวซีแลนด์อยู่ในช่วงประมาณ เดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงข้ามกับประเทศไทยและประเทศในซีกโลกเหนือ
ช่วงนี้กลางวันยาว อากาศเหมาะกับการออกเที่ยว และสิ่งที่เราชอบมากเป็นพิเศษก็คือ…
วิวไม่ได้สวยเฉพาะเมื่อเราไปถึงสถานที่ท่องเที่ยว แต่สวยตลอดเส้นทางที่เดินทางผ่าน
รูปทั้งหมดในบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพที่เราเคยถ่ายจากการเดินทางจริงใน South Island ช่วงฤดูร้อน และอยากนำมาให้ทุกคนเห็นว่า New Zealand ในช่วงเวลานี้มีบรรยากาศเป็นอย่างไร
“New Zealand Summer อากาศเป็นอย่างไร?“
แม้จะเรียกว่า “ฤดูร้อน” แต่อากาศของ South Island ไม่ได้ร้อนแบบประเทศไทย
ในวันหนึ่งเราอาจเจอทั้งแดด ลม อากาศเย็น และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะบริเวณภูเขาอย่าง Aoraki / Mount Cook National Park
เสน่ห์อีกอย่างของการมาเที่ยวช่วง Summer คือ ช่วงเวลากลางวันที่ยาวมาก ทำให้เรามีเวลาเที่ยวและชมธรรมชาติได้มากขึ้น
สำหรับการแต่งตัว เราจึงยังแนะนำให้ใช้วิธี Layering หรือใส่เสื้อผ้าหลายชั้นที่สามารถถอดและเพิ่มได้ตามสภาพอากาศ
Lake Tekapo – ทะเลสาบสีฟ้ากับบรรยากาศของฤดูร้อน
หนึ่งในภาพที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึง South Island คือ Lake Tekapo
ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์มีฉากหลังเป็นเทือกเขา Southern Alps และในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน บางพื้นที่ยังมีโอกาสได้เห็น ดอก Lupin เพิ่มสีสันให้กับวิวของ Mackenzie Country
บริเวณนี้ยังมี Church of the Good Shepherd และ Sheepdog Memorial ซึ่งเป็นจุดแวะที่เราอยากให้มีเวลาเดินเล่นและชมวิว ไม่ใช่เพียงลงรถเพื่อถ่ายรูปแล้วเดินทางต่อทันที






Lake Pukaki – ถนนที่สวยจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยว
สำหรับเรา หนึ่งในเสน่ห์ที่สุดของ New Zealand คือ ระหว่างทาง การเดินทางผ่าน Mackenzie Country ไปยัง Mount Cook มีหลายช่วงที่มองเห็น Lake Pukaki สีฟ้าสดทอดยาวอยู่เบื้องหน้า และในวันที่อากาศเปิดจะมองเห็นแนวเทือกเขา Southern Alps อยู่ไกลออกไป
Peter’s Lookout เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้เห็นภาพนี้ได้ชัดเจนมาก
บางครั้งภาพที่เราจำจาก New Zealand ได้ดีที่สุด จึงไม่ใช่แลนด์มาร์กชื่อดัง แต่กลับเป็นถนนเส้นหนึ่ง ทะเลสาบข้างทาง และภูเขาที่อยู่ตรงหน้าเรา






Aoraki / Mount Cook – ความยิ่งใหญ่ของ Southern Alps
Aoraki / Mount Cook National Park เป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่เราอยากให้คนที่มา South Island ได้เห็นด้วยตัวเองสักครั้ง
แม้จะเป็นฤดูร้อน เรายังสามารถเห็นยอดเขาสูงที่มีหิมะปกคลุม ตัดกับทุ่งหญ้าและภูมิประเทศด้านล่าง
บริเวณนี้มีเส้นทางเดินและจุดชมวิวหลายระดับ สำหรับโปรแกรมของ Madam A Travel เราเลือกสถานที่และระยะเวลาเดินให้เหมาะกับการเดินทางแบบกลุ่ม โดยไม่จำเป็นต้อง Trekking หนักเพื่อให้ได้สัมผัสกับความสวยของ Mount Cook


Queenstown – เมืองที่ธรรมชาติกับชีวิตเมืองอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว
Queenstown มีบรรยากาศต่างจาก Mackenzie Country อย่างชัดเจน
ที่นี่มีทั้ง Lake Wakatipu ภูเขา ร้านอาหาร คาเฟ่ และกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้เป็นเมืองที่เราสามารถใช้เวลาได้หลายวันโดยไม่รู้สึกเบื่อ
และถ้าเดินทางออกจากตัวเมืองเพียงไม่นาน ก็กลับเข้าสู่ธรรมชาติอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Lake Hayes, Arrowtown, Crown Range หรือเส้นทางไปยัง Wanaka
Arrowtown – Wanaka – Cardrona อีกเส้นทางที่เราอยากให้มีเวลา
เส้นทางจาก Queenstown ออกไปยัง Arrowtown, Crown Range, Cardrona และ Wanaka เป็นตัวอย่างที่ดีมากของคำว่า “เที่ยวระหว่างทาง”
แต่ละพื้นที่มีบุคลิกต่างกัน
Arrowtown เป็นเมืองเล็กที่มีเสน่ห์ ขณะที่ Crown Range เปิดให้เห็นภูมิประเทศกว้างใหญ่ของ Otago ส่วน Wanaka มีบรรยากาศสบาย ๆ ริมทะเลสาบ และแน่นอนว่ามี That Wānaka Tree ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพสัญลักษณ์ของเมือง









Milford Sound – วันที่วิวเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ
Milford Sound เป็นอีกหนึ่ง Highlight สำคัญของการเที่ยว South Island
การเดินทางเข้า Milford Sound เองก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ เพราะเส้นทางผ่านภูเขา ป่า ทะเลสาบ และธรรมชาติของ Fiordland National Park
เมื่อถึง Milford Sound เราจะล่องเรือเข้าไปชมภูมิประเทศของ Fiord ที่มีหน้าผาสูงชัน น้ำตก และ Mitre Peak ซึ่งเป็นภาพที่หลายคนน่าจะคุ้นเคย
สิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ Milford Sound มีฝนตกบ่อย
แต่ฝนไม่ได้แปลว่าวันนั้นไม่สวยเสมอไป เพราะเมื่อมีฝน น้ำตกจำนวนมากจะปรากฏขึ้นตามหน้าผา ทำให้ Milford Sound มีบรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง



Walter Peak – อีกมุมหนึ่งของ New Zealand ที่ไม่ใช่แค่ภูเขาและทะเลสาบ
New Zealand กับแกะดูเหมือนเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้ 🐑
จาก Queenstown สามารถเดินทางด้วยเรือกลไฟ TSS Earnslaw ข้าม Lake Wakatipu ไปยัง Walter Peak High Country Farm
นอกจากบรรยากาศของฟาร์มแล้ว ยังได้ชมวิถีชีวิตแบบ High Country เช่น การต้อนแกะและการตัดขนแกะ รวมถึงรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศของชนบท New Zealand
สำหรับเรา นี่เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้การเดินทางมีความหลากหลายขึ้นมาก เพราะไม่ได้มีแต่การชมวิวธรรมชาติเพียงอย่างเดียว














West Coast – อีกด้านหนึ่งของ South Island
เมื่อเดินทางเข้าสู่ฝั่งตะวันตก ภูมิประเทศจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป
จากพื้นที่เปิดกว้างของ Central Otago กลายเป็นป่าเขียวชอุ่ม แม่น้ำ น้ำตก และ Glacier Country
เส้นทางผ่าน Haast Pass, Blue Pools, Franz Josef / Fox Glacier ก่อนเดินทางต่อไปยัง Hokitika และข้าม Southern Alps กลับมายังฝั่ง Christchurch ทำให้เราได้เห็นความแตกต่างของ South Island แทบตลอดเส้นทาง
Hokitika Gorge และ Arthur’s Pass – สีของธรรมชาติที่แทบไม่เหมือนกันในแต่ละวัน
7
Hokitika Gorge มีชื่อเสียงจากสีของน้ำที่เกิดจากตะกอนธารน้ำแข็ง ส่วนเส้นทางผ่าน Arthur’s Pass National Park เป็นการข้าม Southern Alps จาก West Coast กลับสู่ Canterbury
ระหว่างทางมีทั้งภูเขา แม่น้ำ น้ำตก และภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด
จุดที่น่าสนใจ เช่น Devils Punchbowl Waterfall และ Castle Hill ทำให้วันเดินทางกลับ Christchurch ไม่ได้เป็นเพียงวันที่นั่งรถยาว แต่ยังเป็นอีกหนึ่งวันเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ












“แล้ว New Zealand Summer เหมาะกับใคร?“
ถ้าชอบการเที่ยวที่มีทั้ง ภูเขา ทะเลสาบ ถนนสวย เมืองเล็ก ฟาร์ม ล่องเรือ และการเดินชมธรรมชาติ South Island ในฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก
โดยเฉพาะคนที่อยากเที่ยว New Zealand แต่กังวลเรื่องความหนาว ช่วง Summer จะเดินทางได้สบายกว่าฤดูหนาว ขณะเดียวกันยอดเขาสูงหลายแห่งก็ยังมีโอกาสเห็นหิมะเป็นฉากหลัง
แต่สิ่งที่เราชอบที่สุดหลังจากเดินทาง New Zealand มาหลายครั้งก็คือ…
New Zealand ไม่ใช่ประเทศที่เราต้องรอให้ถึงจุดหมายถึงจะเริ่มเที่ยว
เพราะหลายครั้ง ความสวยที่สุดกลับอยู่ระหว่างทาง
และนั่นเป็นแนวคิดเดียวกับที่เราใช้ในการออกแบบ Grand New Zealand – South Island ของ Madam A Travel ค่ะ
เราอยากให้ทุกคนไม่ได้เพียง “ไปครบ” แต่มีเวลาหยุดดู มีเวลาถ่ายรูป และมีเวลาจดจำว่าสถานที่แต่ละแห่งให้ความรู้สึกอย่างไร




Leave a Reply